เที่ยวลักเซมเบิร์ก เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ กับ 106 Life F.M.

เที่ยวลักเซมเบิร์ก เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ กับ 106 Life F.M.

เมื่อ 106 Life F.M. ได้มีการจัดเล่นเกมส์กันขึ้นมาเพื่อหาผู้โชคดี 6 คน ร่วมเดินทางไปกับ ดีเจ อรรณพ และ นก ฉัตรชัย ภายใต้ชื่อโครงการ “Life Away II : Train Angle in Benelux” ในปี 2005 เมื่อได้ทราบข่าวคราว ผมก็เลยได้มีโอกาสได้ร่วมเล่นเกมส์ และผ่านการคัดเลือกได้เป็น 1 ใน 6 ของผู้โชคดีร่วมการเดินทางครั้งนั้น เย้!!!! วู้วววว!!! คนมันจะเฮงนี่ ช่วยไม่ได้จริงๆ เดินทางท่องเที่ยวฟรีอีกแล้ววุ๊ยยยย แบบว่า ของฟรีนี่ ผมช๊อบบบบชอบบบ 

พูดถึง Benelux บางคนอาจจะงงว่าคืออะไร Benelux เป็นกลุ่มเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ของสามประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ิก โดยชื่อย่อดังนี้

Be = Belgium
Ne = Netherlands
Lux = Luxembourg

วิธีเล่นเกมส์ก็คือต้องมีการส่ง sms เข้ามาทางรายการ แล้วทางรายการจะสุ่มหาผู้โชคดี นั่นก็คือขั้นแรก เสร็จแล้วก็มาสอบสัมภาษณ์กันแล้วก็มีข้อสอบทดสอบความรู้เกี่ยวกับประเทศ Benelux เล็กน้อยครับ ง่าาาา เรื่องสัมภาษณ์นี่ ผมช๊อบบบชอบบบบครับ เรื่องโม้เนี่ย ผมไม่เป็นสองรองใครแน่ๆ ถ้ารู้ว่าต้องมานั่งเล่นเกมส์ เสี่ยงดวง ผมคงไม่มา เพราะเป็นคนที่ดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่นี่สัมภาษณ์ครับ อย่างน้อยมันก็ได้โม้อะไรที่เป็นตัวเราล่ะน่า เอาวะ ลองดูสักตั้ง แล้วก็สมหวังคราฟฟฟ พี่น้องงงง 

และแล้ววันที่ผมตั้งตารอคอยก็มาถึง เราเดินทางไปยังประเทศแรกคือ Luxembourg โดยไปเปลี่ยนเครื่องที่เนเธอร์แลนด์ก่อน ลักเซมเบิร์กป็นประเทศขนาดเล็ก ที่ไม่มีทางออกทะล อยู่ในทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของทวีปยุโรป มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับประเทศเยอรมนี ด้านใต้ติดกับฝรั่งเศส และด้านตะวันตกติดกับเบลเยียม มีเมืองหลวงชื่อลักเซมเบิร์ก ชื่อเดียวกับประเทศครับ


เมื่อมาถึงสนามบินลักเซมเบิร์ก เล็กมากครับ ไม่ต่างจากสนามบินต่างจังหวัดบ้านเราเลย

เราเดินทางกันช่วงเดือน พฤศจิกายน ปี 2005 ครับ อากาศตอนนั้นนี่หนาวเย็นใช้ได้เลยครับ เดินอยู่นี่หูแดง จมูกแดงเลยครับ

เมืองลักเซมเบิร์กนี้จะเป็นสีเทาทั้งเมืองเลยครับ ดูมีเอกลักษณ์และสวยดีไปอีกแบบครับ


ใจกลางเมืองลักเซมเบิร์ก


ใจกลางเมืองครับ หิมะกำลังตกด้วย หนาวววว 


ที่ Market Place กลางเมืองครับ กับเพื่อนร่วมทริปผู้โชคดีจากทางรายการ และดีเจ อรรณพ


แบบว่า มันหนาววววว ง่ะ


ย่านร้านค้าช๊อปปิ้ง แบบว่า ขอเท่ห์หน่อย


โอ้ววว ข้าเป็นเจ้าของฮาเร็ม  กับเพื่อนผู้โชคดีร่วมทริปที่ Market Place


ที่ Market Place ครับ อากาศมันเย็น ก็ต้องจบไวน์ร้อนๆกันหน่อย จะได้อุ่น


เย้ๆๆๆ หิมะตกอีกแล้ววว แต่…โคตรหนาววววว!!!


อีกมุมนึงหน้าสถานีรถไฟ


ที่สถานีรถไฟลักเซมเบิร์ก

เนื่องจากประเทศนี้เป็นประเทศเล็กๆครับ ไม่มีอะไรมาก ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรให้เราทำสักเท่าไหร่ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 1 คืน ก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศเบลเยี่ยมไปยังกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยมครับ

และเนื่องจากชื่อโครงการทัวร์ครั้งนี้ว่า Train Angle in Benelux เราก็จะเดินทางข้ามประเทศจากลักเซมเบิร์ก เข้าสู่ประเทศเบลเยี่ยมโดยรถไฟครับ เออ แปลกดีเหมือนกันวุ๊ยย รถไฟที่นี่ไม่ได้หนวกหูเสียงดัง ฉึกกะฉัก (ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง) เหมือนบ้านเราครับ นั่งสบาย ไม่หนวกหู แล้วก็ไม่เหม็นด้วยครับ


Train Journey ของพวกเราครับ เยี่ยมมมม

แล้วเราก็เดินทางมาถึงเมืองบรัสเซลส์ครับ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม ตามความรู้สึกผม ผมว่าเบลเยี่ยม (ฝั่งที่พูดภาษาฝรั่งเศส)ค่อนข้างจะสกปรกครับ ผู้คนไม่เป็นระเบียบ ขับรถก็ปาดกันไปกันปา ดูแล้วไม่น่าอยู่เท่าไหร่ คงจะเป็นเพราะว่าพูดภาษาฝรั่งเศสเลยรับเอานิสัยบางส่วนของคนฝรั่งเศสมาเต็มๆ ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างกับคนเบลเยี่ยมที่พูดภาษาเฟลมมิชหรือภาษาดัตช์ครับ ซึ่งฝั่งนั้นน่าอยู่กว่าเยอะ ผู้คนก็น่ารักกว่าครับ

มาถึงเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของ Kipling แบบนี้ก็ต้องช็อปซะหน่อยครับ ผมให้เพื่อนๆสาวๆที่น่ารักช่วยดูแบบให้ เพราะว่าผมนี่ก็เชยเรื่องแฟชั่นซะเหลือเกิน ซึ่งเธอๆขาช็อปก็บอกว่า มีแบบใหม่ๆที่ยังไม่เข้าเมืองไทยเลย แล้วก็ราคาถูกกว่าด้วย ผมก็เลยได้กระเป๋า Kipling มาให้พี่สาวสุดที่รักสองคนครับ กว่าจะเลือกได้ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เพราะผมเป็นคนที่ตัดสินใจซื้อของนาน ถ้าไม่ได้ชอบบบจริงๆ


จตุรัสกรองปลาช Grand Palace อันเลื่องชื่อของกรุงบรัสเซลส์


กรองปลาซ ตอนกลางคืน สวยไปอีกแบบ


เมเนเก้น พิส Manneken Pis หนูน้อยยืนฉี่ ที่ๆว่าถ้ามาถึงบรัสเซลส์แล้วไม่ได้มาดูนี่ แสดงว่าไม่ได้มาถึงบรัสเซลส์ ผมดู ผมก็ไม่รู้ว่า อะไรที่ทำให้เด็กยืนฉี่คนนี้มีชื่อเสียงก้องโลก กลายเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองไป ซึ่งผมมองว่า ม่ายยเห็นมีอารายเล๊ยยย


ซีฟู๊ด อาหารมือค่ำอันโอชะของเรา หลังจากที่เดินขาลากชมเมือง และช็อปปิ้งจนหิวโซไปท่วนหน้า

โดยรวมแล้ว สำหรับผม บรัสเซลส์ก็สวยดีครับ มีความเก่าสไตล์ยุโรป แต่ยังไม่รู้สึกประทับใจเท่าไหร่ครับ

วันรุ่งขึ้นเราแวะที่อโตเมี่ยมก่อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงบรัสเซลส์ไปแล้ว ชื่อว่าอโตเมี่ยม ก็มาจากคำว่าอะตอมครับ สร้างตั้งแต่ปี 1958 เพื่อเป็นสัญลักษณ์งาน Expo ในปีนั้น


ผู้โชคดีทั้ง 6 และดีเจ อรรณนพ

เราเดินทางต่อไปยังเมือง Bruges ครับและมีกำหนดการค้างคืนที่นั่น เอ เมืองไรหว่า ไม่เคยเห็นได้ยินชื่อเมืองนี้มาก่อนเลย


ระหว่างรอรถเติมน้ำมัน เราก็เลยไปเล่นหิมะกัน อ้าววว แม่หนูน้อย นั่นจะกินหิมะเชียวรึ 

พอไปถึงเมืองบรูจส์ โอ้วววว มายยยย ก๊อดดดดดดดด!!! เมืองนี้สวยมากๆๆเลยครับ ตึกรามบ้านช่องนี่เก่าสวยงามมากเลย เหมือนหลุดมาอยู่อีกยุคนึง เมืองบรูจส์ได้รับการเลือกจากองค์กรยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกครับ ก็ไม่แปลกใจครับ เพราะว่าเมืองนี้สวยเหลือเกิน ใครชอบเมืองเก่าๆล่ะก็ เมืองนี้ใช่เลยครับ ไปชมเมืองกันดีกว่า


ร้านค้า ในตัวเมือง


Market Place ลานกลางเมือง


มองอะไรกันเพ่


จากโบสถ์


ร้านค้าสีสันลูกกวาด สดใส


มุมสวยๆขลังๆ


โรงแรมที่พักเมืองบรูจส์

เป็นเมืองที่ผมประทับใจที่สุดสำหรับทริปครั้งนี้ตั้งแต่เดินทางมาครับ

จากเมืองบรูจส์เราเดินทางต่อไปยังเมือง Antwerp ครับ เมืองนี้ก็เป็นเมืองใหญ่ครับ ก็ใช้ได้ ก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปยังเมือง Amsterdam ประเทศ Netherlands ซึ่งเป็นเมืองสิ้นสุดของทริปนี้ครับ


Statue of Brabo and the giant’s hand ที่เมือง Antwerp


Cathedral of our Lady เมือง Antwerp

เราเดินทางโดยรถไฟจากเมือง Antwerp เข้าสู่เมือง Amsterdam ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ Netherlands ครับ ซึ่งมาถึงก็ดึกแล้ว แต่ว่า พวกเราก็อยากเข้าไปชมในตัวเมืองครับ ว่าเป็นยังไง ประมาณว่า อยากไปดูย่าน Red Light District ของที่นี่ว่าเจ๋งแค่ไหน อิอิ ถ้าเปรียบเทียบก็คงประมาณย่านพัฒน์พงษ์บ้านเราน่ะครับ จะมีนางในตู้กระจกมายืนรอให้หนุ่มๆได้เลือกกันครับ ถูกกฏหมายด้วยนะครับ เพราะถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งของที่นี่ โอ้ววว มายยยก๊อดดดดด ผมจะได้ถึงอัมสเตอร์ดัมก็งานนี้ล่ะครับพี่น้อง!!! ก็เลยออกไปเที่ยวกันด้วยครับ แต่ก็ค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว เพราะเดินไปไหน ก็จะมีคนดำมาคอยถามขายยาให้ครับ แต่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรเราหรอก แต่พอพูดถึงว่าเป็นยาเสพย์ติด เราก็เลยรู้สึกกลัว ประเทศ Netherlands นี้ต่างจากประเทศอื่นครับ เพราะว่าทางรัฐบาลได้ออกกฎหมายว่าประชาชนสามารถที่จะมีสารเสพย์ติดบางชนิดไว้ในครอบครองได้ เ่ช่น กัญชา ในปริมาณที่ไม่เกินเท่าไหร่ก็ว่าไป แต่ถ้ามีมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ผิดกฎหมาย

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางไปยังพิพิธพัณฑ์กังหันลมที่ Zaane Schan ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอัมสเตอร์ดัม ตื่นเต้นจังเลย จะได้เห็นกังหันลมของแท้ซะที

ก่อนจะมาฮอลแลนด์ก็มีแต่คนบอกให้ถ่ายรูปดอกทิวลิปมาให้เยอะๆ ผมก็เลยบอกว่า ช่วงที่จะไปนี่เป็นเดือนพฤศจิกายน ไม่มีดอกทิวลิปหรอก ดอกทิวลิปจะบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนพฤษภาโน่นล่ะ แล้วก็ถามผม อ้าว งั้นไปทำไม ผมก็เลยสวนทันควัน ก็ตูได้ไปเที่ยวฟรีนี่หว่า เค้าจัดมาช่วงไหนก็ไปทั้งนั้นล่ะ รึจะไม่ไปล่ะ!!!

ย้อนความไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว เมื่อตอนที่สอบ AFS ตอนนั้นที่เค้ามีให้เลือกประเทศ ประเทศในใจที่ผมอยากมาที่สุดก็คือ เยอรมัน กับ เนเธอแลนด์ เยอรมันเป็นประเทศที่ผมใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก ส่วนฮอลแลนด์ผมก็ฝังใจ อยากจะมาเห็นดอกทิวลิป กับกังหันลมครับ ฝันตั้งแต่เด็กๆเลยอยากจะมาที่นี่ ในที่สุดก็ได้มา โชคดีจริงๆ


พิพิธพัณฑ์กังหันลมที่ Zaane Schan


รองเท้่าไม้ สัญลักษณ์ของชาวดัตช์

อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่สวยและน่าประทับใจมากๆครับ มีคลองเยอะแยะเต็มไปหมด ดูไม่วุ่นวายแบบเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆทั่วไป ที่นี่ใช้เรือเป็นรถเมล์กันทีเดียว เนื่องจากว่ามีคลองเยอะมาก เรียกได้ว่าเป็น”เมืองแห่งคลอง”จริงๆ และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่แล้วจะต้องไม่พลาดกิจกรรมทัวร์ ที่ถือว่าป็นไฮไลต์ของการเที่ยวอัมสเตอร์เลยก็คือ การล่องเรือหลังคากระจกเที่ยวชมคลองในอัมสเตอร์ดัมครับ ซึ่งจะพาเราลัดเลาะไปตามคลองต่างๆเพื่อชมชีวิตความเป็นอยู่ และความสวยงามของบ้านเรือนเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศนี้เป็นประเทศในฝันของผม และผมก็รู้สึกไม่ผิดหวังจริงๆกับประเทศนี้ครับ สวย น่าอยู่ ผู้คนก็น่ารักครับ และที่ชอบอีกอย่างก็คือ คนที่นี่ใช้จักรยานในการเดินทางเยอะมากครับ มองไปทางไหน นอกจากคลองแล้ว ก็เห็นจักรยานนี่ล่ะ

บ้านในเมืองอัมสเตอร์ดัมนี้จะอยู่กันริมคลองเลยครับ ดูน่าร่มรื่นจริงๆ อากาศก็ดี แถมมลพิษก็น้อยเพราะคนที่นี่ใช้เรือและจักรยานกัน ที่สังเกตุเห็นได้อีกอย่างก็คือ แต่ละบ้านนั้น ประตูจะเล็กมากแคบ แคบๆพอคนผ่านได้ แต่หน้าต่างจะใหญ่ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าที่นี่เค้าจะเก็บภาษีบ้านตามขนาดประตูครับ (แปลกดีไหม) และหน้าจั่วมีไม้ยื่นออกมาเพื่อแขวนลอกไว้ชักลอก ขนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเข้าทางหน้าต่างครับ


บ้านเรือนในอัมสเตอร์ดัม

ตลอดระยะเวลากว่า 1 อาทิตย์ของการท่องเที่ยวครั้งนี้ ได้ให้ประสปการณ์ที่ดีกับผมมากมายครับ และที่สำคัญได้เพื่อนสนิทจากการท่องเที่ยวครั้งนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณ 106 Life F.M. และสปอนเซอร์ทุกท่าน ที่ทำให้พวกเราผู้โชคดีทั้ง 6 ได้มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในประเทศที่สวยงาม และที่สำคัญ ฟรี!!! ตลอดรายการครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s